Archive | กรกฎาคม, 2012

วิธีการติดตั้ง LED RIBBON STRIP RGB บนเหลือบฝ้าเพดาน

Tags: , , , ,

วิธีการติดตั้ง LED RIBBON STRIP RGB บนเหลือบฝ้าเพดาน

Posted on 14 กรกฎาคม 2012 by admin

วิธีการติดตั้ง LED RIBBON STRIP RGB บนเหลือบฝ้าเพดาน

  1. ก่อนอื่นต้องทำความสะอาดพื้นผิวเหลือบฝ้าที่จะติดตั้ง LED STRIP ก่อนเพื่อสะดวกในการทำงาน.
  2. ทำการทดสอบ LED STRIP ด้วย Power Switching ตรวจดูว่าหลอดติดครบทุกหลอดแล้วและความสว่างกับสีถูกต้องตามความประสงค์ของผู้ใช้
  3. นำ LED STRIP ที่จะติดตั้งมาวัดขนาดตามความยาวจริงของสถานที่จะติดตั้ง
  4. จากนั้นทำการตัดระยะที่ต้องการตามความประสงค์ของผู้ใช้ตามรายต่อเส้นปะบนแผ่นปริ้นของ LED STRIP จากนั้นจึงทำการบัดกรีเพื่อต่อสายของ LED STRIP ซึ่งการต่อควรเป็นการต่อแบบขนาน
  5. ส่วนการต่อวงจรโดยใช้ Amplifier ร่วมนั้นจะต้องคำนวนก่อนว่าผู้ใช้นั้นใช้ LED STRIP มีความยาวทั้งหมดเท่าไหร่ จากนั้นผู้ใช้จึงเลือกใช้ Amplifier ที่สามารถรับกำลังไฟทั้งหมด ของ LED STRIP ได้ผู้ใช้อาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมจึงต้องใช้ Amplifier หรือตัวขยายสัญญาณเพิ่ม. นั่นเนื่องมาจากเมื่อผู้ใช้ต่อสาย LED STRIP ในระยะทางไกลๆ แล้วสังเกตว่าความสว่างของแสงนั้นจะลดลง เนื่องมาจากสัญญาณและแรงดันของตัวควบคุม (Controller) ที่ส่งมานั้นมีค่าที่ต่ำลงตามระยะความยาวของการเดินสาย นั้นจึงเป็นสาเหตุที่ควรเลือกใช้ Amplifier เพื่อทำให้แรงดันและสัญญาณมีความเสถียน(Stable) มากขึ้น โดยวิธีการต่อดูจากภาพด้านล่างสามารถดูวิธีการต่อ RGB Controller และ RGB Amplify เพื่มได้ที่นี่ คลิ๊กลิงค์ด้านล่าง

LED RIBBON STRIP Chart

วิธีติดตั้ง LED STRIP กับ RGB Controller และ RGB Ampifier

Comments (4)

วิธีติดตั้ง LED STRIP กับ RGB Controller และ RGB Ampifier

Tags: , ,

วิธีติดตั้ง LED STRIP กับ RGB Controller และ RGB Ampifier

Posted on 14 กรกฎาคม 2012 by admin

 

วิธีติดตั้ง LED STRIP กับ RGB Controller และ RGB Ampifier

วันนี้เราจะมาพูดเกี่ยวกับ RGB Controller และ RGB Amplifiy (Power Repeator) ซึ่ง

RGB Controller และ RGB Amplifiy (Power Repeator) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้คู่กับ LED RGB ครับซี่งเป็นอุปกรณ์ในการควบคุมการเปลี่ยนสีของ LED RGB ครับ และหลายท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับการต่อ RGB Controller  และ สงสัยการต่อ RGB Amplifiy หรืออีกชื่อที่เรียกว่า Power Repeator ครับจะแนะนำว่า RGB Controller นั้นคือ Main ในการควบคุมแสงให้เปลี่ยนสีครับ และที่จำเป็นต้องมี Power Repeator นั้น ก็คือบางครั้งเราจำเป็นต้องใช้ LED RGB เกินกำลังของ RGB Controller RGB Amplify หรือ Power Repeator เป็นตัวขยายสัญญาณของ LED RGB ที่รับคำสั่งมาจาก LED Controller ที่เป็นตัวMain ครับ ทำให้เราสามารถต่อ LED RGBให้มีความยาวหรือจำนวนมากเท่าที่ต้องการครับวิธีการและเทคนิคนี้ท่านลองอ่านดูในคำแนะนำต่อไปนี้นะครับ

  1. ผู้ใช้ควรตรวจสอบสถานที่หน้างานติดตั้งจริงจากนั้นวัดระยะความยาวทั้งหมด ก่อนเลือกซื้อ LED Strip เพื่อให้ได้สัดส่วนของสี  แสงสว่างที่ต้องการ รวมถึงความยาวทั้งหมดของ LED STRIP ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้.
  2. เมื่อทราบความยาวทั้งหมดของ LED STRIP ว่าใช้กี่เมตรแล้วจากนั้นให้อ่านรายละเอียดจากคู่มือสินค้า หรือใช้เครื่องมือวัดทางไฟฟ้าวัด เพื่อให้ได้ข้อมูลการใช้กำลังไฟฟ้า (วัตต์) ตามจริงต่อเมตรจากนั้น จึงคำนวนว่าควรใช้ Power switching ขนาดกี่วัตต์ จึงจะเพียงพอกับความยาวทั้งหมดของ LED STRIP ในงานนี้.

    ยกตัวอย่าง เช่น สถานที่ติดตั้ง LED STRIP ใช้ความยาวในการติดตั้งทั้งหมด 20 เมตร โดย 1 เมตรของ LED STRIP ชนิดนี้ใช้กำลังไฟเท่ากับ 14.4 วัตต์ แสดงว่ากำลังไฟของ LED STRIP ทั้งหมดที่ใช้ในงานนี้ก็คือ 288 วัตต์ เมื่อเรานำค่าที่ได้         มาคำนวนโดยการหารค่ากับแรงดันที่ใช้กับ LED STRIP คือ 12 โวลท์ (288/12 = 24) แล้วก็จะได้ค่ากระแส(A) ทั้งหมดของ LED STRIP แต่ผู้ใช้ควรเผื่อค่าผิดพลาดในวงจรหรือ Power Switching โดยเลือกขนาดแอมป์ของ Power Switching           ให้มีขนาดที่มากกว่า เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับ LED STRIP และ Power Switcing ด้วย แต่ถ้ามีการต่อสายจาก Power Switching ไปที่ LED STRIP ซึ่งมีระยะทางที่ไกลเราควรใช้ Amplifier หรือตัวขยายสัญญาณติดเพิ่มอีก.

ข้อควรระวัง

ในการต่อ LED STRIP นั้นจะมีข้อจำกัดอยู่คือ ไม่ควรต่อวงจรอนุกรมกันเกิน 5 เมตร เนื่องจากจะทำให้แสงสว่างของ LED STRIP นั้นสว่างลดลง หรือเรียกว่า แรงดันตก (Voltage Drop) เนื่องจากลายแผ่นปริ้นของ LED STRIP นั้นมีขนาดเล็กและบาง เพราะฉะนั้นผู้ใช้ควรแก้ปํญหาโดยการต่อวงจรแบบขนานถ้าแรงดันไฟยังตกหรือแสงสว่างของ LED STRIP ยังไม่สว่างอีก ผู้ใช้จะต้องใช้อุปกรณ์เสริมช่วยนั่นคือตัวขยายสัญญาณ (Amplifier) ซึ่งก่อนจะใช้ Amplifier ผู้ใช้จะต้องทราบกำลังไฟ(วัตต์) ที่ใช้ทั้งหมดของ LED STRIP ก่อนแล้วจึงเลือกขนาดของ Amplifier ให้เหมาะสมเพียงพอกับความยาวของ LED STRIP ในงานนี้ โดยวิธีการต่อนั้นให้ดูภาพด้านล่าง.

 

Comments (4)

LED 2pins – LED 4pins

Tags: , ,

LED 2pins – LED 4pins

Posted on 06 กรกฎาคม 2012 by admin

LED แบบ 2 ขา และ 4ขา


ขา A หรือที่เรามักเรียกว่าขา อาโนท โดยขานี้จะต้องป้อนไฟบวก (+) ให้เท่านั้น
ขา K หรือที่เรามักเรียกว่า ขา แคโทด โดยขานี้จะต้องป้อนไฟลบ(-) ให้เท่านั้น
ที่ตัว LED แบบหลอดจะสังเกตว่าจะมีรอยบากอยู่ด้านหนึ่ง โดยทั่วไปตำแหน่งรอยบากนี้จะแสดงตำแหน่งขา K แต่ มันก็ไม่จำเป็นเสมอไปครับทางที่ดีเราควรตรวจสอบด้วยตัวเองจะดีกว่า ซึ่งจะอยู่ในหัวข้อด้างล่างๆครับ
แรงดันที่เราจะใช้ให้LEDเปล่งแสงได้จะอยู่ที่ประมาณ 1.5 ? 3โวลต์ โดยอาจะขึ้นอยู่กับสีและคุณสมบัติเฉพาะตัวนั้นๆ โดยทั่วไปจะใช้ที่ 2.5 – 3 โวลต์ และ LED จะมีกระแสไหลผ่าน(กระแสไบอัสตรง)ได้ประมาณ 20 mA(มิลิแอมป์)

วงจรการทำงานของ LED 
เราสามารถต่อการใช้งาน LED ได้ดังรูป โดยทั้งนี้เราจะต้องมีการคำนวณการต่อค่าตัวต้านทานไปด้วยนะครับ หากเราเลือกใช้ค่าความต้านทานผิด อาจจะทำให้ LED เสียหายหรือขาดได้

การต่อวงจร LED

ตัวอย่างการคำนวณพื้นฐาน ในที่นี้เราจะให้ LED มีแรงดันตกคร่อม 2V และ มีกระแสไหลผ่านตัวมันได้ 20 mA การคำนวณค่าตัวต้านทานที่มาต่อกับ จะได้ว่า ค่าความต้านทาน = (แรงดันแหล่งจ่าย ? แรงดันตกคร่อมLED) / 0.002 (0.002 คือ 20mA)

ตัวอย่าง
เมื่อแหล่งจ่าย 5 V จะได้ว่า R = (5 ? 2) / 0.02 = 150 คือใช้ ตัวต้านทาน 150 โอห์ม
เมื่อแหล่งจ่าย 9 V จะได้ว่า R = (9 ? 2) / 0.02 = 350 คือใช้ ตัวต้านทาน 350 โอห์ม
เมื่อแหล่งจ่าย 12 V จะได้ว่า R = (12 ? 2) / 0.02 = 500 คือใช้ ตัวต้านทาน 500 โอห์ม

แหล่งจ่าย ค่าความต้านทาน (โอห์ม)
3V 100 – 200
5V 150 – 250
9V 350 – 450
12V 500 – 1K

รูปการต่ออนุกรม
ในกรณีที่เราต่อ LED หลายตัวแบบอนุกรม เราก็สามารถเปลี่ยนแรงดันตกคร่อม เช่น
ถ้าเราต่อกัน 2 ตัว เราก็เปลี่ยนแรงดันตกคร่อมเป็น 4V
ถ้าเราต่อกัน 3 ตัว เราก็เปลี่ยนแรงดันตกคร่อมเป็น 6V
ตัวอย่างเมื่อต่อกัน 2 ตัวอนุกรม
เมื่อแหล่งจ่าย 5 V จะได้ว่า R = (5 ? 4) / 0.02 = 50 คือใช้ ตัวต้านทาน 50 โอห์ม
เมื่อแหล่งจ่าย 9 V จะได้ว่า R = (9 ? 4) / 0.02 = 250 คือใช้ ตัวต้านทาน 250 โอห์ม
เมื่อแหล่งจ่าย 12 V จะได้ว่า R = (12 ? 4) / 0.02 = 400 คือใช้ ตัวต้านทาน 500 โอห์ม
** การเลือกใช้ ตัวต้านทานนั้นจะจะใช้มากกว่านี้ก็ได้ครับซึ่งจะเป็นผลดีกว่าเพราะ LED จะไม่เสียไวแต่ความสว่างจะน้อยลงไปด้วยเท่านั้นเอง ** ในกรณีถ้าเป็นหลอดซุปเปอร์ไบท์ แรงดันตกคร่อมจะสูงกว่าแบบธรรมดา คือจะอยู่ในช่วง 2.5 ? 3V

การตรวจสอบ LED การตรวจสอบนั้นสามารถทำได้หลายวิธี
การใช้แบตเตอรี่ก้อนกลม
ตรวจสอบ โดยวิธีนี้จะเป็นการดูว่า LED นั้นเป็นสีอะไรในกรณีที่ LED นั้นเป็นแบบซุปเปอร์ไบท์ และยังสามารถตรวจสอบตำแหล่งขา A K ได้อีกด้วย

 

รูปการตรวจสอบด้วยแบตเตอรี่
แบตเตอรี่แบบจะมีด้าน บวก และ ลบดังรูป การตรวจสอบใช้แค่ 1 ก้อนก็เพียงพอแล้ว ให้เอาLED มาต่อตามรูปโดยสลับขา 2 ครั้งผลที่ได้คือ
จะติด 1 ครั้งและ ดับ 1 ครั้ง แสดงว่า LED ปกติ และ ดูที่ตอนที่ LED ติดไปขาที่ต่อขั้วบวก(+) จะเป็นขั้ว A และขาที่ต่อขั้วลบ(-) จะเป็นขั้ว K
ถ้าไม่ติดทั้ง 2 ครั้งแสดง LED นั้นเสีย ซึ่งอาจจะขาดได้

การตรวจสอบโดยใช้มัตติมิเตอร์ โดยเราจะต้องใช้มัลติมิเตอร์แบบเข็มเท่านั้นโดยการLED ทดสอบทำได้โดย

รูปการตรวจสอบด้วยมัลติมิเตอร์
จากรูป เราปรับมัลติมิเตอร์มาที่ย่านวัดตัวต้านทานที่ X1 จากนั้นให้ทำการวัดที่ขาของ LED ดังรูปโดยสลับสายวัด จะเห็นว่า LED จะติด 1 ครั้งและดับ 1 ครั้งแสดงว่า LED ปกติ และผลการวัดคือ เมื่อ LED สว่าง ขาที่วัดกับสายสีดำ(ขั้วลบ) จะเป็นขา A ส่วนขาที่เหลือจะเป็นขา K ถ้าวัดแล้วเข็มไม่ขึ้น หรือ ขึ้นค้างทั้ง 2 ครั้ง แสดงว่า LED นั้นเสียหาย
** เราจะสังเกตว่าการวัดระหว่างการใช้แบตเตอรี่ กับ ใช้มัลติมิเตอร์นั้นจะสลับตำแหน่งกัน การตรวจสอบโดยแบตเตอรี่จะเป็นการตรวจสอบโดยตรง

Comments (1)

What is High Power LED?

Tags: , , ,

What is High Power LED?

Posted on 06 กรกฎาคม 2012 by admin

What is High Power LED?

LED High Power เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่มาหลัง LED Surface Mounted LED High Power มีขนาดตั้งแต่ 1w – 100w. จะกินกระแสไฟ 320mA. , 350mA. , 700mA., 900mA. แล้วแต่ขนาดของหลอด ปัจจุบันมีขนาดตั้งแต่ 70ลูเมนต์ ถึง 170 ลูเมนต์ ต่อวัตต์แล้ว เนื่องจาก LED มีหลายยี่ห้อ จึงมีคุณภาพหลาก ราคาก็หลากหลายไปด้วย ทาง LEDThaisocial จึงขอแนะนำบางยี่ห้อนะครับ

  • Nichia : เป็นหลอด LED จากญี่ปุ่นเป็น LED ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม ราคาจึงสูงเป็นธรรมดาแต่ในอนาคตไม่แน่นะครับราคาอาจจะถูกลงมาก็ได้
  • CREE : เป็นหลอด LED จาก สหรัฐอเมริกาครับ คุณภาพไม่ต้องพูดถึงดีแน่นอนครับราคาสูงเหมือนกันครับ
  • Edison : เป็นหลอดจากไต้หวันครับ เป็นหลอดที่มีคุณภาพดีเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันนี้ราคาจะถูกกว่า CREE และ Nichia ครับ
  • Epistar: เป็นหลอดจากไต้หวันครับ เป็นหลอดที่มีคุณภาพดีเช่นกัน แต่ราคาพอใช้ได้ครับ
  • Four Star : เป็นหลอดจากไต้หวันครับ เป็นหลอดที่มีคุณภาพดีเช่นกัน แต่ราคาพอใช้ได้ครับ เป็นโรงงานใหม่ครับ

หลอด LED High Power เป็นอนาคตของหลอดไฟLED ที่จะมาแทนหลอดไฟแบบเดิมครับ สามารถใช้ผ่าน Swtiching หรือ Driver แต่ปัญหาของ LED มีหลากหลายครับ จะอธิบายเป็น หมวดการพัฒนาLED ครับ

Comments (1)

What is SMD

Tags: , , ,

What is SMD

Posted on 06 กรกฎาคม 2012 by admin

LED Surface Mounted Dieode mouse (SMD)

เป็น LED เทคโนโลยีใหม่ที่ให้ความสว่างมากกว่าหลอด LED 2ขา หรือ LED 4ขา เป็นหลอดที่มีอัตราส่วนการประหยัดไฟที่มากขึ้นและความาสว่างมากขึ้นอีกด้วย และมีขนาดเล็กและบางจึงเหมาะในพื้นแคบ พื้นที่จำกัด LED Surface Mounted จึงเป็นทางเลือกที่ดีมากครับ

ชื่อเรียกคือSMD จะหลายขนาด อาทิเช่น 0603,0805,1210,5060,1010 ชื่อพวกนร้ตั้งจาก กว้างxยาว ในวงการ LED จะใช้หน่วยเป็น นิ้ว

 

 

รายละเอียดขนาดจะเป็นดังนี้

SMD 0603 (inch): การแปลงตัวชี้วัดคือ 1005, หมายความว่าขนาดหลอด LED ยาว 1.0mm, กว้าง 0.5mm. โดยการชี้วัดนี้เรียกว่า SMD 1005, หน่วยเป็นนิ้ว ดังนั้นจึงเรียกว่าSMD 0603.
SMD 0805 (inch):  การแปลงตัวชี้วัดคือ 2125, หมายความว่าขนาดหลอด LED ยาว 2.0mm, กว้าง 1.25mm.โดยการชี้วัดนี้เรียกว่าSMD 2125, หน่วยเป็นนิ้ว ดังนั้นจึงเรียกว่า SMD 0805.
SMD 1210 (inch):  การแปลงตัวชี้วัดคือ3528, หมายความว่าขนาดหลอด LED ยาว 3.5mm, กว้าง 2.8mm. โดยการชี้วัดนี้เรียกว่า SMD 3528, หน่วยเป็นนิ้ว ดังนั้นจึงเรียกว่า  SMD 1210.
SMD 5050 (metric):การแปลงตัวชี้วัดคือ,, หมายความว่าขนาดหลอด LED ยาว 5.0mm, กว้าง  5.0mm.

Comments (2)

What’s LED

Tags: ,

What’s LED

Posted on 03 กรกฎาคม 2012 by admin

LED (light-emitting diode)

คือ ไดโอดแปลงแสง ที่เราสามารถมองเห็นแสงของ LED นั้นเป็นเพราะภายในตัว LED เมื่อได้รับแรงดันไฟฟ้า จะปล่อยคลื่นแสงออกมา โดยความถี่ของคลื่นแสงที่ความถี่ต่างๆกัน ทำให้เรามองเห็นเป็นสีต่างๆกันไปด้วย หลอดLEDที่เราเห็นมีขายกันตามร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นมีหลายแบบ แต่ละแบบนั้นจะมีหลักการทำงานเหมือนกัน (สามารถดูเพื่มเติมได้ในหมวดย่อย

 

LEDแบบหลอดกลมสีแบบต่างๆ โดยจะมีสีเคลือบมองเห็นได้ชัดเจน สีที่นิยมใช้คือ สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีส้ม เป็นต้น โดยขนาดของ LED จะมีตั้งแต่ขนาด 3mm., 5mm.,10mm. เป็นต้น

 

 

LED แบบหลอดกลมแบบหลอดใส หรือที่เรามักจะเรียกว่า LEDแบบซุปเปอร์ไบท์ โดยที่ตัวหลอดเองจะเป็นแบบใสเราจะไม่มีทางรู้เลยว่า จะเป็นสีอะไรจนกว่าจะลองป้อนไฟเข้าไป ขนาดของ LED แบบนี้จะมีเหมือนกับ หลอดสีต่างๆ และมีสีให้เลือกเช่นสีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีเหลือง สีส้ม สีขาว เป็นต้น

 

 


LED แบบหลอดเหลี่ยม โดนส่วนแสดงผลจะเป็นแบบเหลี่ยมดังรูป

LED แบบตัวถังเป็นรูปสี่เหลี่ยม จะมี 4 ขา จะมีหัวขนาด 3mm. และ 5mm. และมีสีให้เลือกใช้มากมายเช่น สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว สีส้ม สีขาว เป็นต้น

 

LED Surface Mounted Dieode mouse (SMD) เป็น LED เทคโนโลยีใหม่ที่ให้ความสว่างมากกว่าหลอด LED 2ขา หรือ LED 4ขา เป็นหลอดที่มีอัตราส่วนการประหยัดไฟที่มากขึ้น

 

 

LED High Power เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่มาหลัง LED Surface Mounted LED High Power มีขนาดตั้งแต่ 1w – 100w. จะกินกระแสไฟ 320mA. , 350mA. , 700mA., 900mA.

Comments (0)

การติดตั้งไฟLED ป้ายอักษร

Tags: , , , , , ,

การติดตั้งไฟLED ป้ายอักษร

Posted on 03 กรกฎาคม 2012 by admin

การติดตั้งไฟ LED กับป้ายอักษรโลหะ

เนื่องจากป้ายอักษรโลหะมีการติดไฟLEDได้หลายลักษณะ อย่างเช่น ติดส่องไปด้านหน้าผ่านแผ่นอคลีลิค หรือ ส่องไฟออกหล้งให้เกิดแสงสะท้อนกับกำแพง เราจึงต้องเลือกใช้ LED Module ให้ถูกลักษณะ

การติดไฟLED ส่องด้านหน้าผ่านแผ่นอคลีลิค

การติดไฟ LED ส่องด้านหน้านั้นเรา ควรใช้ LED ที่มีความสว่างเพียงพอ เพื่อให้ป้ายโดดเด่น เราควรเลือกใช้ LED MOdule 5050 โดยการติดจะมีหลายเทคนิคหลายลักษณะ อย่างเช่นการเรียงไฟแบบเฉียง หรือแบบแถวคู่

แต่ทั้งนี้ขึันอยู่กับพื้นที่ขนาดป้ายว่าจะใส่พอหรือไม่ ถ้าพอก็ให้ใช้ LED MOdule 5050 3chips ถ้าพื้นที่น้อยหรือป้ายขนาดเล็กให้ใช้ LED Module 5050 2chips หรือ LED Module 3528

led module 5050 2chips                led module 5050                  

LED Module 5050                   LED Module 5050                    LED Module 3528 

 

การติดไฟLED ส่องด้านหลังอักษรโลหะสะท้อนกำแพง

การทำไฟส่องหลังนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ไฟที่สว่างมากนัก แนะนำให้ใช้ LED Modeul super Flux เพียงพอ

LED Module Super Flux

พื้นฐานการติดตั้งไฟ LED Module

  • เนื่องจาก LED Module จะแพ็คมา 20 ชิ้นแบบต่อกัน ซี่งหมายความว่า จะรับโหลดของกระแสไฟ DC ได้ 20ชิ้น ถ้าต่อเป็น 40 ชิ้น แบบอนุกรม ไฟLED Module ท่อนที่ 21-40 ไฟจะค่อยสว่างน้อยลง เราจึงจำเป็นที่ต่อกันแบบขนาน 20ชิ้น ถ้าต้องใช้มากกว่า 20 ชิ้น ใน1ป้าย ให้ใช้สายไฟวางตามแนวป้าย แล้วให้เอา LED Module มาเกาะบนสานไฟ Main จะให้ทำงานสะดวกขึ้นมาก
  • ไฟ LED MOdule จะมี กาว2หน้าหรือ 3M แปะมาไว้ด้านหลังอยู่แล้วซี่งจะให้ทำงานสะดวกมากขี้น แต่พอเราติดไฟด้วย 3M เสร็จให้ใช้กาวซิลิโคลนยิงด้านข้างเพื่อความแข็งแรงไม่ให้ไฟหลุดง่าย
  • LED Module เป็นไฟ DC 12V. จึงจำเป็นต้องใช้ Switching

การคำนวณ Switching สำหรับ LED Module

LED Module กินไฟหลายแบบ ซึ่งถ้าอธิบายคงหลายรูปแบบจะบอกเล่าพื้นฐานให้ละกันนะครับ

LED 5050 CHIP กินไฟ 0.24วัตต์ (Single color)

LED 5050 RGB CHIP กินไฟ 0.08 x 3 (RGB Color=0.24วัตต์)

LED 3528 CHIP กินไฟ 0.08วัตต์

LED Super Flux กินไฟ 0.08วัตต์

เพราะฉะนั้น  LED Module 5050 3chips จะกินไฟ 0.72 วัตต์

Switching 12V. ให้เอา แอมป์ x โวลล์ จะได้ วัตต์ ครับ

เพราะฉะนั้น  Swtiching 8.5A. 12V. จะได้ Switching 102วัตต์ครับ  แต่ต้องตีแค่ 100 วัตต์ครับ

ถ้ามีคนบอกแค่ โวลล์ กับวัตต์ ก็ให้เอา โวลล์มาหารวัตต์ จะได้แอมป์ครับ

**ให้ใช้ LED Module ที่คำนวณแล้วกินไฟน้อยกว่ากำลังวัตต์ของ Switching ก็เพียงพอแล้วครับ

ปัญหาที่จะเกิดขี้นในการติดตั้งป้ายอักษรโลหะด้วยไฟ LED

  1. ขนาดของไฟไม่สามารถเข้าตามร่องเล็กๆของป้ายได้  แก้ไขโดยใช้ LED Module 5050 2chips หรือ LED Module 3528 3chips หรือ LED Strips แทนถ้าจำเป็น
  2. ไฟสว่างไม่เท่ากัน แก้ไขโดย ต่อกันแบบขนาน
  3. LED Module จำเป็นต้องใช้ Swtiching Power Supply งานป้ายจำเป็นต้องใช้ Switching ที่มีคุณภาพ เลือกใช้ Meanwell หรือ Lampba จะทำให้คุณไม่ต้องมาแก้งานบ่อยๆ เนื่องจากป้ายจะอยู่ที่สูง เลือก Switching แบบ Indoor ถ้างานภายใน เลือกแบบ Out Door ถ้างานเป็นภายนอก
            
- อ่านคู่มือรายละเอียดของหลอด LED ก่อนลงมือติดตั้งลงบนพื้นผิวตัวอักษร เพื่อไม่ให้หลอด LED เกิดความเสียหายขึ้นภายหลัง

 - ทดสอบโดยการใช้ Power swithcing จ่ายไฟ DC ไปที่หลอด LED ดูว่าติดครบทุกหลอดและสีของหลอด นั้นตรงตามความต้องการของผู้ใช้ จากนั้นลองวางหลอด LED ลงบนพื้นตัวอักษรก่อน โดยยังไม่ต้องลอกกาว 2 หน้าออกแล้วปิดฝาครอบตัวอักษร ให้สังเกตดูว่าแสงสว่างของหลอด LED นั้นเพียงพอกับตัวอักษรของผู้ใช้หรือไม่ หลังจากนั้นจึงแก้ไขก่อนลงมือติดยึดจริง.

- ลอกเทปกาว 2 หน้า ออกจากหลอด LED ติดยึดหลอด LED กับพื้นตัวอักษร โดยให้ระยะห่างในการติดหลอดต่อหลอดนั้นมีขนาดเท่ากับกึ่งหนึ่งของหลอด เพื่อให้แสงสว่างที่ออกมาจากหลอด LED นั้นมีความเสมอและเพียงพอสำหรับตัวอักษรของผู้ใช้.

- เมื่อติดยึดหลอด LED ไปบนพื้นตัวอักษรแล้วให้เดินสายไฟ DC คู่ โดยเลือกสายใดสายหนึ่งเป็นขั้วบวกและอีกหนึ่งสายนั้นเป็นขั้วลบ ควรเลือกใช้สายไฟให้ที่มีขนาดเหมาะสมกับ แรงดัน และ กระแสของหลอด LED ที่นำมาใช้กับตัวอักษรนั้นๆ ยกตัวอย่าง เช่น ตัวอักษรหนึ่งตัว ใช้หลอด LED ในการยึดติดไป 100 ตัว ตัวละ 0.06 แอมป์ เพราะฉะนั้น ก็เท่ากับตัวอักษรตัวนี้ใช้กระแสไฟ DCของหลอด LED เท่ากับ 6 แอมป์ จากนั้นผู้ใช้ควรเลือกสายไฟให้มีขนาดที่ทนแรงดันและกระแสได้สำหรับหลอด LED ในตัวอักษรตัวนี้  ข้อควรระวัง! ห้ามใช้แรงดัน(โวลล์)ที่มากกว่า spec ของหลอด LED ที่นำมาใช้ , ระวังต่อสายไฟสลับขั้ว , ก่อนใช้สายไฟต่อวงจรควรตรวจดูก่อนว่ามีรอยขาด รอยรั่ว หรือฉนวนเสื่อมอายุหรือไม่ ,       เพราะอาจจะทำให้เป็นอันตรายกับผู้ใช้และเกิดการเสียหายทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก.

- เมื่อเดินสายไฟ Dc ในวงจรของตัวอักษรเสร็จแล้วควรบัดกรีจุดต่อเชื่อมด้วยตะกั่วและใส่ท่อหดรนด้วยความร้อนให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการชอร์ตวงจรของหลอด LED ในตัวอักษรนั้น.

- ทดสอบหลอด LED อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าการต่อสายไฟและหลอด LED ติดครบทั้งหมด ควรระวัง! ในการทดสอบหลอด LED ต้องแน่ใจว่าหลอด LED ชนิดนี้ใช้ แรงดันและกระแสไฟถูกต้องกับ power supply.

- นำซิลิโคนที่เตรียมไว้ฉีดยึดติดหลอด LED เข้ากับผิวตัวอักษรทิ้งไว้จนซิลิโคนแห้งสนิท.

- จากนั้นจึงทำการเจาะรูตัวอักษรและต่อสายไฟ เพื่อนำสายไฟ DC ออกมาด้านนอกตัวอักษร แล้วใช้ยางกันบาด (Cable gland) หุ้มรูเจาะของตัวอักษร เพื่อกันการเสียหายของสายไฟ ผู้ใช้ควรเลือกสายไฟที่เป็นชนิดสายที่มีฉนวน 2 ชั้นขึ้นไป   เช่น สายไฟชนิด VCT หรือ NYY เป็นต้น เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้หลอด LED ให้มากขึ้น.

- ทดสอบหลอด LED อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าต่อสายไฟถูกต้อง จากนั้นจึงทำการปิดฝาครอบตัวอักษร เพื่อดูความสว่าง        ว่าเพียงพอต่อตัวอักษรของผู้ใช้หรือไม่ หลังจากนั้นจึงประกอบชิ้นส่วนของตัวอักษรให้ครบถ้วน.

-

-

 


Comments (1)

การติดตั้งไฟ LED ที่ตู้โชว์สินค้า

Tags: ,

การติดตั้งไฟ LED ที่ตู้โชว์สินค้า

Posted on 03 กรกฎาคม 2012 by admin

การติดตั้งไฟ LED ที่ตู้โชว์สินค้า

การติดตั้งไฟตู้โชว์สินค้าเราจะต้องเตรียมอุปกรณ์ และเทคนิคการติดตั้งตามนี้ครับ

วิธีการติดไฟตู้โชว์สินค้า

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1.ไฟ LED Ribbon Strip 5050 แบบ non waterproof (แบบไม่กันน้ำ)

LED Ribbon 5050

2.อลูมิเนียมฉาก 4 หุน อบขาว (หาซื้อได้ที่ร้านอลูมิเนียมทั่วไป)

รางสำหรับ LED

3. รางเดินสายโทรศัพท์ เบอร์ 1 (หาซื้อได้ที่ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป)

รางสำหรับใส่ไฟตู้โชว์

มองจากด้านบน            และด้านข้าง

4.ซิลิโคลนใส พร้อมปืนยิง (หาซื้อได้ที่ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป)

5. เทปกาวสองหน้า แถบจะเป็นสีแดง พื้นของกาวสองหน้าจะเป็นสีดำ ยึดติดแน่นเป็นพิเศษ

ขั้นตอนการประกอบ
STEP 1

นำรางโทรศัพท์เบอร์ 1 มาฉีกออก ตามในรูปที่ 1.1 ด้านล่าง

ก็จะได้ฝาของรางโทรศัพท์มา ตามในรูปที่ 1.2

เราจะใช้เพียงแค่ฝาของรางโทรศัพท์เท่านั้น

 STEP 2

ให้นำรางอลูมิเนียมฉาก มาตัดตามความยาวของตู้ จิวเวลลี่

จากนั้นให้นำซิลิโคลนใส ยิงไปตามแนวฉากของ อลูมิเนียม

ตามในภาพข้าง

STEP 3

ให้นำฝาของรางโทรศัพท์ที่เตรียมไว้ นำมาวางบนอลูมิเนียมฉากที่เรายิงซิลิโคลนไว้ (ตามรูปด้านล่าง) กดให้แน่นแล้ว จากนั้นทิ้งไว้ 40 นาทีเพื่อให้ซิลิโคลนและรางโทรศัพท์ยึดติดกันแน่น

จากขั้นตอนที่ 3 หลังจากรอจนซิลิโคลนแห้งเราก็จะได้รางที่แข็งแรงพร้อมใส่ไฟ LED กันแล้วครับ

STEP 4

หลังจากที่รอให้ซิลิโคลนแห้งแล้ว ให้เรานำไฟ LED Ribbon Strip 5050 มาร้อยเข้าไปตามรางโทรศัพท์ตามในภาพครับจะใส่ได้พอดี

จากขั้นตอนที่ 4. เราก็จะได้รางไฟ LED Ribbon Strip 5050 พร้อมที่จะติดตั้งแล้วครับในตู้แล้วครับ

รางพร้อมไฟ LED พร้อมติดตั้งแล้ว

 

STEP 5

ให้เรานำสายไฟมาเชื่อมกับ ตัวไฟ LED ครับ จะต้องมีสองสาย คือ สายขั้ว + และ สายขั้ว –

เพื่อง่ายต่อการเข้าใจในภาพจึงใช้ สายดำ คือ– สายแดงคือ + หรือดูบนลายแผ่นปรื็นจะมัสัญญลักษณ์ + – อยู่ครับ

ไฟ LED ต้องการไฟเพียง 12V .เท่านั้น
จึงต้องใช้ร่วมกับ Switching (หม้อแปลง) 12VDC ที่ หม้อแปลงจะมีเขียนบอกว่า สาย- สาย+ เข้าช่องไหนครับ แนะนำ Swtiching Meanwell ครับ

STEP 6
ให้เรานำเทปกาวสองหน้า ที่เตรียมไว้ นำมาแปะให้ทั้งแถบของรางอลูมิเนียมครับ เพื่อที่จะลอกแล้วนำไปติดกับตู้จิวเวลลี่ต่อไปครับ  (ก่อนจะติดกาวสองหน้าควรเช็ดให้พื้นผิวที่จะติดให้สะอาดก่อนเพื่อความหนาแน่น)

 

 

Comments (15)

Advertise Here
Advertise Here